Suan84 - สาระแนข้ามรุ่น

www.suan84.com

Thursday, 26 June 2008

หำเหี่ยว..พาเที่ยวเมืองจีน ตอนสิบสี่

ตอนที่สิบสี่...แวะชมโรงงานผลิตผ้าไหม



ออกจากบ้านมหาเศรษฐีโอ่หยวนแล้ว เราเริ่มต้นมุ่งหน้าสู่เซี่ยงไฮ้ โดยจัดการมื้อกลางวันระหว่างทาง ซึ่งอยู่ติดกับโรงงานผลิตภัณฑ์ไหมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เหล่านักช้อบปิ้งจึงไม่พลาดโอกาสอันงาม-จัดการใช้ช่วงเวลาสั้นๆ ถ่ายเงินหยวนออกจากกระเป๋า ขณะเดียวกับที่เรา-ก็ได้นำภาพการผลิตไหม..มาฝากให้ชมสั้นๆ เช่นกัน








video

Labels: ,



Saturday, 21 June 2008

หำเหี่ยว..พาเที่ยวเมืองจีน ตอนสิบสาม

ตอนที่สิบสาม..ชมสวนมหาเศรษฐีโอ่หยวน



หลังจากพรรคคอมมิวนิสต์เข้ายึดครองประเทศจีน ก็จัดการเปลี่ยนแปลงหมดทั้งประเทศ โค่นล้มฮ่องเต้ และชนชั้นศักดินา ทุกสิ่งทุกอย่างตกเป็นสมบัติของรัฐ แต่ไม่ได้ทำลายล้างให้สูญหายไป ต่อมาได้ผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆ - มีการเปิดประเทศรับโลกภายนอกแล้ว ผู้บริหารประเทศ ก็ใช้สถานที่ต่างๆ ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีอยู่เป็นจำนวนมาก เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ต้อนรับคนจีนด้วยกันเอง และนักท่องเที่ยวจากชาติต่างๆและวันนี้-คณะของเราก็ได้ไปชมบ้านมหาเศรษฐี "โอ่หยวน"

ซี่งมีคูน้ำล้อมรอบและมีสวนประดับภายในบริเวณบ้าน เป็นสวนสมบูรณ์แบบที่ลือชื่อของจีน มีสวนไม้สวนหินและศาลางดงาม อันเป็นที่มาของสมญานาม "เมืองแห่งความสวยงามและต้นฉบับการจัดสวนของจีน"

เชิญติดตามได้เลยครับ








video

Labels: ,



Tuesday, 17 June 2008

หำเหี่ยว..พาเที่ยวเมืองจีน ตอนสิบสอง

ตอนที่สิบสอง-นมัสการเจ้าแม่กวนอิมพันมือ



ออกจากโรงแรมซูหยวน เมืองซูโจวที่ได้ฉายาว่า "เวนิสตะวันออก" ตั้งแต่แปดโมงเช้าตามปกติ โดยมุ่งไปวัดซีหยวน เพื่อนมัสการเจ้าแม่กวนอิมพันมือ รวมทั้งพระอรหันต์ 500 องค์ และพระจี้กง 3 อารมณ์ ติดตามชมได้ ณ บัดนี้...







video

Labels: ,



Monday, 16 June 2008

หำเหี่ยว..พาเที่ยวเมืองจีน ตอนสิบเอ็ด

ตอนที่สิบเอ็ด..ท่องราตรี "ซูโจว"-เมืองแมนแดนสวรรค์



คืนที่สามของทริปนี้..คณะของเราค้างคืนที่เมืองซูโจว-เมืองท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศจีน นับเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของมณฑลเจียงซู มีฉายาว่า "เมืองแมนแดนสวรรค์" เป็นเมืองแห่งอุทยานสถาปัตยกรรมโดดเด่นแห่งหนึ่งของจีนและของโลก มีฐานะเป็นเมืองโบราณ 1 ใน 24 แห่งรุ่นแรก ของประเทศจีน
เราจึงออกเดินทอดน่องเก็บบรรยากาศแสงสีราตรีเล็กๆ น้อยๆ เอามาฝากครับ







video

Labels: ,



หำเหี่ยว..พาเที่ยวเมืองจีน ตอนสิบ

ตอนที่สิบ...ตะลุยโรงถ่ายสามก๊ก



ช้อบปิ้งผลิตภัณฑ์ไข่มุกพอหอมปากหอมคอแล้ว คณะของเรา ก็มุ่งหน้าสู่เมืองจำลองสามก๊ก สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ "สามก๊ก" เมื่อสิบปีที่แล้ว เป็นการทุ่มทุนสร้างมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศจีน

แล้วรัฐบาลก็ได้เก็บสถานที่นี้ไว้เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยมาฉากสำคัญๆ หลายฉากให้ได้ชมของจริง รวมทั้งสามารถสัมผัสได้ด้วยการแต่งกายเลียนแบบตัวละคร อาทิ เรือนหอของเล่าปี่ ซากเรือโจโฉแตกทัพ ฯลฯ และที่เหมือนๆ กับแหล่งเที่ยวกองถ่ายภาพยนตร์ทุกๆ แห่งในโลก ก็คือมีโชว์ฉากเด่นๆ ของเรื่องให้ชมกัน..ซึ่งที่นี่ก็มีการแสดงบทสู้รบบนหลังม้าเป็นไฮไล้ท์

ติดตามชมได้เลยครับ













video

Labels: ,



Sunday, 15 June 2008

หำเหี่ยว..พาเที่ยวเมืองจีน ตอนเก้า

ตอนที่เก้า..ดูฟาร์มไข่มุก



มีทะเลสาปขนาดใหญ่อยู่ที่เมืองอู๋ซี เป็นแหล่งอาหารเด็ดคือ-กุ้งใสและปลาเงิน แล้วยังมีอุตสาหกรรมขึ้นชื่อด้านเลี้ยงหอยมุกอีกด้วย คณะของเราจึงไม่พลาดที่จะต้องแวะชมตามธรรมเนียม "ทัวร์ตือเซียม"ชั้นดี ชมลีลาและลูกเล่นการขาย ของบริษัทผลิตภัณฑ์ไข่มุก ที่ดูดเงินออกจากกระเป๋าตือเซียมคณะนี้ ได้หลายพันหยวนทีเดียว









Labels: ,



หำเหี่ยว..พาเที่ยวเมืองจีน ตอนแปด

ตอนที่แปด..สัมผัสพระหัตถ์พระใหญ่หลิงซาน



หลังจากชมโชว์พระพุทธเจ้าประสูติแล้ว ศาสนนิกชนจะค่อยๆ เดินมุ่งหน้าสู่องค์พระใหญ่ที่สถิตย์อยู่บนเนินเขา โดยก่อนจะถึงองค์พระ..ก็มีพระหัตถ์จำลองสูงประมาณ 12 เมตร มาตั้งตระหง่านให้ได้สัมผัสในลักษณะประทักษิณานุวัตร สำหรับผู้มีพละกำลังและศรัทธาแก่กล้า สามารถไต่ขึ้นไปจนถึงชั้นฐานล่างขององค์พระได้เลยครับ









Labels: ,



Saturday, 14 June 2008

หำเหี่ยว..พาเที่ยวเมืองจีน ตอนเจ็ด

ตอนที่เจ็ด..นมัสการพระใหญ่หลิงซาน

หลังจากค้างคืนที่นานกิงแล้ว เราเริ่มต้นเดินทางต่อด้วยกำหนดเวลา 6-7-8 เป็นมาตรฐานในทุกๆ วัน นั่นคือตื่น 6 โมง เอากระเป๋าวางหน้าห้องเวลา 7 โมง แล้วจัดการอาหารมื้อเช้าให้เสร็จ พร้อมที่จะออกเดินทางเวลา 8 โมง



เช้านี้เรามุ่งหน้าสู่เมืองอู๋ซี ที่ได้รับฉายาว่า "เซี่ยงไฮ้น้อย" ด้วยพื้นที่ 4,650 ตารางก.ม. มีประชากรประมาณ 4 ล้านคน เป็นหนึ่งในสี่เมือง ที่ปลูกข้าวได้มากที่สุดของจีน และเป็นเมืองอุตสาหกรรมเบาที่ขึ้นชื่อของจีน พวกเราแวะนมัสการ "พระใหญ่หลิงซาน" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร สร้างอยู่บนเชิงเขา มีความสูง 88 เมตร หนัก 700 ตัน อายุกว่าพันปี มีทิวท้ศน์โดยรอบสวยงามด้วยทิวเขาและทะเลสาป ติดตามชมช่วงแรกด้วย "โชว์พระพุทธเจ้าประสูติ" ได้เลยครับ






Labels: ,



Sunday, 8 June 2008

หำเหี่ยว..พาเที่ยวเมืองจีน ตอนหก

ตอนที่หก-พระอาทิตย์ตกที่
สะพานข้ามแม่น้ำแยงซีเกียง





เสร็จจากเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย-คณะของเราเดินทางไปชม สะพานข้ามแม่น้ำแยงซีเกียง ซึ่งมีความยาวรวมทั้งคอสะพานถึง 5 กิโลกว่า เปิดใช้มาตั้งแต่ ค.ศ.1968 เดิมทีสะพานแห่งนี้เป็นโครงการความร่วมมือกับรัสเซีย แต่เกิดความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศร้าวฉานขึ้น จีนจึงดำเนินโครงการนี้ด้วยตนเอง โดยใช้แรงงานชาวจีนกว่า 9,000 คน ใช้เวลาสร้างรวม 8 ปี จึงแล้วเสร็จ

ช่วงค่ำ แวะไปที่ตลาดกลางคืนสำหรับคนเดินชื่อ "ฟูจือเมี่ยว" เป็นย่านการค้าใหญ่สุดของนานกิง มีแสงสีสวยงามตระการตา และสินค้านานาชนิดให้เลือกซื้อ สนนราคาต่อรองได้ ที่ขึ้นชื่อคือ "เป็ดนานกิง"ทว่า-แบตเตอรี่กล้องวิดีโอของเรา หมดลงซะก่อน-เหมือนตอนไปดูโชว์เมื่อคืนที่ผ่านมา จึงนำพาภาพมาฝากน้อยไปหน่อย ไม่เป็นไร-พรุ่งนี้เราจะเอาสายชาร์จติดไปด้วย






Labels: ,



หำเหี่ยว..พาเที่ยวเมืองจีน ตอนห้า

ตอนที่ห้า-ยังคงเยี่ยม
มหาวิทยาลัยนิเทศศาสตร์ แห่งเมืองนานกิง




Communication University of Nanjing เป็นส่วนขยายจาก Communication University of Bejing เป็นมหาวิทยาลัยที่เอกชนเป็นผู้ลงทุนรัฐบาล ดำเนินการสร้างใหญ่โต เป็นเขตเมืองมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว ปัจจุบัน-เปิดสอนรวม 19 ภาษา มีหลายพันรายวิชา-หลายร้อยหลักสูตร ด้านนิเทศศาสตร์ โดยเน้นหนักด้าน Production คณาจารย์กว่าสามพันคน นักศึกษารวมหมื่นเศษ มีนักศึกษาภาคภาษาไทยอยู่ 13 คน และอาจารย์ผู้สอน 2 คนทุกคนให้การต้อนรับพวกเราด้วยความตื่นเต้น พราะนานๆ จะได้พูดภาษาไทยกับเจ้าของภาษาซะที







Labels: ,



หำเหี่ยว..พาเที่ยวเมืองจีน ตอนสี่

ตอนที่สี่-เยี่ยมชม Communication University of Nanjing



วันที่สองของทริป เรามุ่งสู่เมืองนานกิง (หนานจิง) เมืองเอกของมณฑลเจียงซู อดีตราชธานีเก่า มีประวัติการตั้งเมืองที่ย้อนยุคไปถึงสมัยชุนชิว (473 ปีก่อนคริสตกาล) โดยตั้งชื่อเมืองแต่แรกว่า "จินหลิน"
ต่อมาในปี ค.ศ.212 "ซุนกวน" แห่งสามก๊ก ก็ได้ตั้งนานกิงเป็นราชธานี จัดการสร้างเมืองให้มีปราการมั่นคงด้วยก้อนหินขนาดมหึมา เมืองนี้จึงมีชื่อเรียกว่า "สือโถวเฉิง" ซึ่งแปลว่า หิน
นครนานกิง กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ "จูงหยุนจาง" ชาวฮั่น ได้ขับไล่ชาวมองโกลออกไป แล้วตั้งราชธานีขึ้นที่นานกิง โดยใช้ชื่อว่า "ยิ่งเทียน" ต่อมาเกิดไฟไหม้พระราชวัง จักพรรดิ์เฉิงจู่ จึงโปรดให้ย้ายราชธานีไปที่นครปักกิ่ง
ส่วนนานกิง ยังเคยเป็นที่ตั้งรัฐบาลของ พรรคก๊กมินตั๋ง อยู่หลายปี จนกระทั่งพรรคคอมมิวนิสต์มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ก๊กมินตั๋ง จึงอพยพไปอยู่ที่เกาะไต้หวัน




คณะของเรา ได้เข้าเยี่ยมชม Communication University of Nanjing ตามกำหนดการ โดยได้รับการต้อนรับจากคณาจารย์และนักศึกษาอย่างอบอุ่นยิ่ง..ติดตามชมได้



Labels: ,



Saturday, 7 June 2008

หำเหี่ยว..พาเที่ยวเมืองจีน ตอนสาม

ตอนสาม..ไหว้พระ-ดูโชว์เจ้าแม่กวนอิมพันมือ


วันแรกของทัวร์เมืองจีน-ยังสมบุกสมบันกันต่อ หลังจากชมเจดีย์นางพญางูขาวแล้ว เราก็ใช้เวลาสั้นๆ ก่อนทานอาหารค่ำ แวะไหว้พระที่วัดจีน ใกล้ๆ กันนั้น แล้วจึงสุมหัวมื้อค่ำกันด้วยโต๊ะจีนกลางแจ้ง-ซึ่งทุลักทุเลกันหน่อย เมื่อสายฝนดันโปรยปรายลงมาซะนี่ จากนั้นจึงแหวกสายฝนไปดูโชว์เด่นของเมืองหางโจว ซึ่งมีไฮไล้ท์อยู่ที่-เจ้าแม่กวนอิมพันมือพันตา




จบแล้วจึงถึงคราวพักค้างคืนเป็นคืนแรก ด้วยเวลา-ปาเข้าไปเกือบจะห้าทุ่ม พอหกโมงเช้าก็ถูกปลุกขึ้นมาเก็บกระเป๋า-กินข้าว-แล้วเดินทางต่อ ตามประสาทัวร์ทั่วๆ ไป ขอเชิญติดตามบรรยากาศสั้นๆ ของตอนนี้ได้เลย



Labels: ,



Friday, 6 June 2008

หำเหี่ยว..พาเที่ยวเมืองจีน ตอนสอง

เลาะทะเลสาปซีหู-ดูมหาเจดีย์นางพญางูขาว


ช่วงบ่ายในเมืองหางโจว เราแวะชมบรรยากาศทะเลสาปซีหู หนึ่งในสิบสุดยอดทัศนียภาพของประเทศจีน ต้นกำเนิดนิยายรักพิศวาส ระหว่างฮ่องเต้กับหญิงสามัญชน เปรียบเมืองสวรรค์บนโลกมนุษย์ ดังคำพังเพยโบราณว่า
"จิบสุรา ว่ากวี ชมนารี เริงลีลาศ วาดภาพเขียน เรียนหนังสือ"
ตามกำหนดการ เราจะต้องล่องเรือในทะเลสาป
แต่เผอิญลมแรงมาก จึงต้องงดไปโดยปริยาย
แล้วเปลี่ยนเป็นเดินเท้าไปขึ้นชมทิวทัศน์
"มหาเจดีย์นางพญางูขาว"
ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน และเชื่อว่า-
เคยใช้เป็นสถานที่กักขังนางพญางูขาวในสมัยโบราณ
ก่อนที่จะสิ้นชีพไปในที่สุด ทิ้งอนุสรณ์ความรักไว้เป็นสถูปโบราณ
ที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองหางโจว
ติดตามชมบรรยากาศได้เลยครับ







Labels: ,



Wednesday, 4 June 2008

หำเหี่ยว..พาเที่ยวเมืองจีน ตอนหนึ่ง

ตอน..มุ่งสู่หางโจว-ดูโชว์เปลี่ยนหน้ากาก


จับพลัดจับผลู..ได้ติดสอยห้อยตามคณะอาจารย์ชุดใหญ่ จากนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ไปดูงานและท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ในเมืองจีน เมื่อช่วงก่อนเปิดภาคเรียน (หลังเหตุแผ่นดินไหวที่มณฑลเสฉวนเพียงไม่กี่วัน) เราจึงถือโอกาส "สาระแนข้ามรุ่น" เอาภาพวิดีโอมาฝากในเว็บนี้ซะเลย
ซึ่งหลายท่านอาจจะงงว่า..แล้วมันเกี่ยวกันตรงไหน ?? ก้อขอเฉลยเป็นการเกริ่นนำเรื่องว่า ในคณาจารย์ชุดใหญ่นี้-เป็นศิษย์เก่าสวนฯ ต่างรุ่นถึง 4 ท่านร่วมขบวนไปด้วยไงล่ะ พร้อมกันนี้ ก็ขอแปลงนามจาก "เฒ่าแญ้ม" เป็น "หำเหี่ยว" อาสาพาเที่ยวเป็นการเฉพาะกิจ ด้วยวิดีโอสารคดีท่องเที่ยวมีความยาวตอนละ 7-8นาที ทะยอยนำเสนอให้ชมกันไปเรื่อยๆ รวมแล้วประมาณ 20 ตอนด้วยกัน




และสำหรับท่านที่เคยได้ไปสัมผัสสถานที่ต่างๆ ในสารคดีชุดนี้มาแล้ว ก็ถือซะว่า เป็นการทบทวนความจำในแง่มุมต่างๆ ก็แล้วกัน
ขอเชิญติดตามรับชมตอนแรก ไฮไลท์ตรง "โชว์เปลี่ยนหน้ากาก" ได้เลยครับ




Labels: ,